คำถามที่พบบ่อย
ศูนย์รวมคำถาม–คำตอบ (FAQ)
ค้นหาคำตอบเรื่องประกันภัย ดูทั้งหมดหรือกรองตามประเภทประกัน
ประกันภัยคือการบริหารความเสี่ยงทางการเงินรูปแบบหนึ่ง โดยผู้เอาประกันภัยจ่าย “เบี้ยประกันภัย” ให้บริษัทประกันภัย เพื่อแลกกับสัญญาว่าบริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือจ่ายผลประโยชน์ให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น อุบัติเหตุ เจ็บป่วย ทรัพย์สินเสียหาย หรือเสียชีวิต เป็นการโอนความเสี่ยงจากตัวเราไปยังบริษัทประกันภัย
ประกันชีวิตคุ้มครองความเสี่ยงเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายของคน เช่น เสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือการออมเพื่ออนาคต ส่วนประกันวินาศภัยคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินและความรับผิด เช่น รถยนต์ บ้าน การเดินทาง อัคคีภัย สุขภาพและอุบัติเหตุก็นับเป็นประกันวินาศภัยหรือประกันชีวิตได้ขึ้นกับผู้รับประกัน โดยกำกับดูแลโดยสำนักงาน คปภ. เช่นกัน
กรมธรรม์ประกันภัยคือเอกสารสัญญาที่บริษัทประกันภัยออกให้ผู้เอาประกันภัย ระบุรายละเอียดความคุ้มครอง จำนวนเงินเอาประกันภัย เบี้ยประกันภัย ระยะเวลาคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นต่าง ๆ ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ใช้อ้างอิงเมื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ผู้เอาประกันควรอ่านและเก็บรักษาไว้ให้ดี
ผู้เอาประกันภัย คือผู้ที่ทำสัญญาและจ่ายเบี้ยประกันภัย ผู้รับประโยชน์ คือผู้ที่ได้รับเงินผลประโยชน์เมื่อเกิดเหตุตามกรมธรรม์ (เช่น กรณีเสียชีวิต) และผู้รับประกันภัย คือบริษัทประกันภัยที่รับความเสี่ยงและมีหน้าที่จ่ายค่าสินไหมทดแทน
เบี้ยประกันภัยคำนวณจากระดับความเสี่ยงและจำนวนเงินเอาประกันภัย ปัจจัยที่ใช้แตกต่างกันตามประเภทประกัน เช่น ประกันรถยนต์พิจารณาจากยี่ห้อ/รุ่น/อายุรถ กลุ่มรถ ทุนประกัน และประวัติการเคลม ประกันสุขภาพ/ชีวิตพิจารณาจากอายุ เพศ อาชีพ และสุขภาพ ยิ่งความเสี่ยงสูงเบี้ยประกันก็ยิ่งสูง
จำนวนเงินเอาประกันภัยหรือทุนประกัน คือวงเงินสูงสุดที่บริษัทจะจ่ายให้เมื่อเกิดความเสียหายหรือเหตุตามกรมธรรม์ เช่น ทุนประกันรถยนต์คือมูลค่าที่ใช้ชดใช้กรณีรถเสียหายหรือสูญหาย ทุนประกันชีวิตคือเงินที่ผู้รับประโยชน์จะได้รับกรณีผู้เอาประกันเสียชีวิต
ตัวแทนประกันภัยเป็นผู้เสนอขายกรมธรรม์ของบริษัทประกันภัยแห่งเดียวที่ตนสังกัด ส่วนนายหน้า (โบรกเกอร์) เป็นตัวแทนฝั่งลูกค้า สามารถเปรียบเทียบและเสนอผลิตภัณฑ์จากหลายบริษัทได้ ทั้งสองต้องมีใบอนุญาตจาก คปภ. การซื้อผ่านช่องทางใดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ไม่ต่างกัน
Free Look Period คือสิทธิของผู้เอาประกันในการขอยกเลิกกรมธรรม์และรับเบี้ยประกันคืน (อาจหักค่าตรวจสุขภาพและค่าใช้จ่ายเล็กน้อย) หากพบว่าเงื่อนไขไม่ตรงตามที่ต้องการ โดยทั่วไปประกันชีวิต/สุขภาพให้เวลา 15 วัน (ซื้อทางโทรศัพท์/ออนไลน์บางกรณีให้ถึง 30 วัน) นับจากวันที่ได้รับกรมธรรม์
ผู้เอาประกันต้องแถลงข้อมูลตามความจริง เช่น ประวัติสุขภาพหรือข้อมูลทรัพย์สิน หากแถลงเท็จหรือปกปิดข้อความจริงที่เป็นสาระสำคัญ ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม จะมีผลให้สัญญาเป็นโมฆียะ บริษัทมีสิทธิบอกล้างสัญญาและปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้
ค่าเสียหายส่วนแรกคือจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันตกลงรับผิดชอบเองส่วนหนึ่งเมื่อเกิดการเคลม ส่วนที่เกินจากนั้นบริษัทจึงรับผิดชอบ การเลือกมีค่าเสียหายส่วนแรกจะช่วยให้เบี้ยประกันถูกลง นิยมใช้ทั้งในประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพ และประกันทรัพย์สิน
ได้บางประเภท เบี้ยประกันชีวิต (แบบมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป) ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท/ปี เบี้ยประกันสุขภาพตนเองลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท (รวมกับประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000 บาท) เบี้ยประกันบำนาญลดหย่อนเพิ่มได้สูงสุด 200,000 บาทตามเงื่อนไข ควรตรวจสอบสิทธิล่าสุดกับกรมสรรพากรทุกปี
คปภ. คือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลบริษัทประกันภัย ตัวแทน นายหน้า และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย หากมีข้อร้องเรียนสามารถติดต่อสายด่วน คปภ. 1186
มีกองทุนรองรับ โดยกองทุนประกันวินาศภัยและกองทุนประกันชีวิตทำหน้าที่คุ้มครองผู้เอาประกันในกรณีบริษัทถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดยจ่ายค่าสินไหมหรือเงินตามกรมธรรม์ให้ตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด (รายละไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย) จึงควรเลือกบริษัทที่มีความมั่นคงและตรวจสอบฐานะการเงินได้
ชั้น 1 คุ้มครองครบสุด ทั้งรถเราและคู่กรณี รวมรถหาย ไฟไหม้ และกรณีไม่มีคู่กรณี | 2+ คุ้มครองรถเราเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบก รวมรถหาย/ไฟไหม้ | 3+ คล้าย 2+ แต่ไม่คุ้มครองรถหาย/ไฟไหม้ | ชั้น 2 คุ้มครองรถหาย/ไฟไหม้และความรับผิดต่อคู่กรณี แต่ไม่ซ่อมรถเรากรณีชน | ชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อคู่กรณี (บุคคลภายนอก)
พ.ร.บ. คือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รถทุกคันต้องทำและต่อทุกปีจึงจะต่อภาษีได้ คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อชีวิต/ร่างกายของผู้ประสบภัย (ไม่คุ้มครองทรัพย์สินหรือตัวรถ) ส่วนประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1/2/3) เป็นส่วนเสริมที่เลือกทำเพิ่มเพื่อคุ้มครองตัวรถและทรัพย์สิน
พ.ร.บ. คุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้นและค่าสินไหมต่อชีวิต/ร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ เช่น ค่ารักษาพยาบาลตามจริงและค่าชดเชยกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพ วงเงินเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและมีการปรับปรุงเป็นระยะ ผู้เอาประกันควรตรวจสอบวงเงินล่าสุดกับบริษัทหรือ คปภ. ก่อนเรียกร้อง
โทรแจ้งสายด่วนเคลมของบริษัททันทีที่เกิดเหตุ หรือแจ้งผ่านแอป/ไลน์ของบริษัท แจ้งข้อมูลหมายเลขกรมธรรม์ ทะเบียนรถ วัน/เวลา/สถานที่/ลักษณะการเกิดเหตุ และใบขับขี่ของผู้ขับ เจ้าหน้าที่จะออกสำรวจและออกใบรับแจ้งเหตุ (ใบเคลม) เพื่อนำรถเข้าซ่อมต่อไป
เคลมสดคือการแจ้งเคลมทันทีที่จุดเกิดเหตุเมื่อมีอุบัติเหตุ (มักมีคู่กรณี) โดยเจ้าหน้าที่ออกไปสำรวจความเสียหาย ณ ที่เกิดเหตุ ส่วนเคลมแห้งคือการแจ้งเคลมภายหลัง (ไม่มีคู่กรณีหรือความเสียหายเล็กน้อย) โดยนำรถเข้าให้บริษัทตรวจสอบภายหลัง มักใช้กับประกันชั้น 1
ชนแล้วแยก (KFK) คือกรณีที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมีประกันชั้น 1 และสามารถตกลง/พิสูจน์ฝ่ายถูกฝ่ายผิดได้ ก็สามารถถ่ายรูป แลกเอกสาร แล้วแยกย้ายไปซ่อมรถกับบริษัทของตนได้เลย โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและความล่าช้า
ยังเคลมได้ตามปกติ แม้ใบขับขี่จะหมดอายุในช่วงเกิดเหตุ (ต่างจากกรณีไม่เคยมีใบขับขี่หรือถูกพักใช้/เพิกถอน ซึ่งอาจเป็นข้อยกเว้น) อย่างไรก็ตามควรต่อใบขับขี่ให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้มีความผิดตามกฎหมายจราจร
แจ้งบริษัททันทีเพื่อขอคำแนะนำ และแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ละเมิด บริษัทอาจส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบความเสียหาย ทั้งนี้หากเป็นประกันชั้น 1 จะได้รับความคุ้มครองแม้หาคู่กรณีไม่ได้ (อาจมีค่าเสียหายส่วนแรกตามเงื่อนไข)
อุปกรณ์และเครื่องตกแต่งมาตรฐานที่ติดตั้งจากโรงงานหรือศูนย์จำหน่ายได้รับความคุ้มครองตามความเสียหายจริง แต่ไม่เกินทุนประกัน หากติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมภายหลังการทำประกัน (เช่น สเกิร์ต สปอยเลอร์ ชุดแต่ง) ต้องแจ้งบริษัทเพื่อซื้อความคุ้มครองเพิ่ม จึงจะได้รับการชดใช้
ซ่อมห้างคือซ่อมที่ศูนย์บริการตัวแทนจำหน่าย เบี้ยสูงกว่าแต่ได้มาตรฐานศูนย์ ส่วนซ่อมอู่คือซ่อมที่อู่ในสัญญาของบริษัท เบี้ยถูกกว่า หากต้องการซ่อมอู่นอกสัญญาที่เลือกเอง ต้องให้อู่ทำใบเสนอราคาแล้วนำมาตกลงกับบริษัทก่อน โดยอาจต้องรับผิดชอบส่วนต่างค่าซ่อมที่เกินมาตรฐานบริษัท
ส่วนลดประวัติดีคือส่วนลดเบี้ยประกันที่ให้กับผู้เอาประกันที่ไม่มีการเคลม (หรือเคลมโดยเป็นฝ่ายถูก) ต่อเนื่องกัน ยิ่งไม่เคลมหลายปีส่วนลดยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นขั้น (เช่น 20%, 30%, 40%, 50%) แต่หากมีการเคลมโดยเป็นฝ่ายผิด ส่วนลดอาจลดลงหรือถูกยกเลิกในปีต่ออายุ
สามารถซื้อหรือต่ออายุกรมธรรม์ล่วงหน้าได้ โดยทั่วไปไม่เกิน 60 วันก่อนกรมธรรม์เดิมหมดอายุ ควรต่ออายุก่อนวันหมดอายุเพื่อให้ความคุ้มครองต่อเนื่องไม่ขาดช่วง
หลักความคุ้มครองคล้ายกัน แต่ประกันรถ EV มักมีเงื่อนไขเฉพาะเรื่องแบตเตอรี่ สายชาร์จ และการกำหนดทุนประกันตามมูลค่ารถ EV บางบริษัทมีแผนประกันรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ (เช่น ชั้น 1 EV, 2+ EV) ควรตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครองแบตเตอรี่และศูนย์ซ่อมที่รองรับ
โดยทั่วไปคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุและเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง การเสียชีวิต/ทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน กระเป๋าเดินทาง/ทรัพย์สินสูญหายหรือล่าช้า เที่ยวบินล่าช้า/ยกเลิก และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก วงเงินและรายการคุ้มครองขึ้นกับแผนที่เลือก
แบบรายเที่ยวคุ้มครองเฉพาะทริปนั้น โดยทั่วไปสูงสุดประมาณ 180 วันต่อทริป ส่วนแบบรายปีคุ้มครองการเดินทางไม่จำกัดจำนวนทริปภายใน 1 ปี แต่จำกัดจำนวนวันต่อทริป (มักไม่เกิน 90 วันต่อทริป) เหมาะกับผู้ที่เดินทางบ่อย
โดยทั่วไปเริ่มคุ้มครองก่อนเดินทางออกจากประเทศไทยประมาณ 2 ชั่วโมง และสิ้นสุดเมื่อกลับถึงที่พักในไทยหรือภายในประมาณ 2 ชั่วโมงหลังกลับถึงประเทศไทย หรือจนถึงวันสิ้นสุดกรมธรรม์ แล้วแต่เหตุการณ์ใดเกิดก่อน
แผนที่ใช้ยื่นวีซ่าเชงเก้นต้องมีวงเงินค่ารักษาพยาบาลอย่างน้อย 30,000 ยูโร (ประมาณ 1.5 ล้านบาท) ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล การนอนโรงพยาบาล และการเคลื่อนย้ายกลับประเทศด้วยเหตุผลทางการแพทย์ ตลอดระยะเวลาเดินทาง โดยจะได้รับหนังสือรับรองเพื่อใช้ยื่นวีซ่า
โดยทั่วไปคุ้มครองผู้เดินทางอายุตั้งแต่ 1–90 ปี บางแผนเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีที่เดินทางกับบิดามารดาอาจได้รับความคุ้มครองโดยไม่คิดเบี้ยเพิ่ม เงื่อนไขอายุขึ้นกับแผนของแต่ละบริษัท
แบบรายเที่ยวมักคืนเบี้ยเฉพาะกรณีวีซ่าไม่ผ่านการอนุมัติ โดยต้องมีหนังสือปฏิเสธจากสถานทูตและแจ้งก่อนวันเริ่มคุ้มครอง ส่วนแบบรายปีสามารถยกเลิกได้โดยแจ้งเป็นหนังสือ บริษัทจะคืนเบี้ยส่วนที่เหลือหลังหักตามอัตราเบี้ยระยะสั้น
หากเจ็บป่วยเล็กน้อยและค่าใช้จ่ายไม่สูง แนะนำสำรองจ่ายก่อนแล้วเก็บใบเสร็จและใบรับรองแพทย์มาเบิกที่ไทย (มักต้องแจ้งเคลมภายใน 30 วันหลังกลับถึงไทย) หากอาการรุนแรงต้องนอนโรงพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายสูง ให้ติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน (Hotline/SOS) ของบริษัทที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
โดยทั่วไปไม่สามารถซื้อเพิ่มระหว่างเดินทางได้ เพราะต้องซื้อกรมธรรม์ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางจากประเทศไทยเท่านั้น จึงควรประเมินระยะเวลาเดินทางให้ครบถ้วนก่อนซื้อ
คือโรคเรื้อรัง การบาดเจ็บ หรือการป่วย (รวมภาวะแทรกซ้อน) ที่เป็นอยู่ก่อนวันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลบังคับ โดยทั่วไปไม่ได้รับความคุ้มครอง ยกเว้นผู้เอาประกันได้แถลงให้บริษัททราบและบริษัทยอมรับ หรือโรคนั้นไม่แสดงอาการ/ไม่ได้รับการรักษาในช่วง 5 ปีก่อนทำประกัน และไม่ปรากฏอาการในช่วง 3 ปีแรกของกรมธรรม์
คือช่วงเวลาที่บริษัทยังไม่จ่ายผลประโยชน์สำหรับการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น โดยทั่วไปโรคทั่วไปมี waiting period 30 วันหลังกรมธรรม์เริ่มบังคับ ส่วนบางโรคกำหนด 120 วัน เช่น เนื้องอก ถุงน้ำ มะเร็ง ริดสีดวงทวาร ไส้เลื่อน ต้อเนื้อ/ต้อกระจก นิ่ว เส้นเลือดขอด และการตัดทอนซิล
ไม่มี การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุได้รับความคุ้มครองทันทีตั้งแต่วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ ระยะเวลารอคอยใช้เฉพาะกรณีเจ็บป่วยด้วยโรคเท่านั้น
แสดงบัตรประกันภัย (หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ผ่านไลน์ของบริษัท) พร้อมบัตรประชาชนต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบสิทธิก่อนเข้ารับบริการ เมื่อรักษาเสร็จให้ตรวจสอบรายการค่าใช้จ่ายก่อนลงนาม หากมีค่าใช้จ่ายเกินวงเงินหรือนอกความคุ้มครอง ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบส่วนนั้นเอง
ขอใบรับรองแพทย์ที่ระบุชื่อโรค/อุบัติเหตุและการรักษาชัดเจน พร้อมเตรียมแบบฟอร์มเรียกร้องสินไหม ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับและใบแสดงรายการค่ารักษา สำเนาบัตรประชาชน สำเนาหน้าสมุดบัญชี และเอกสารอื่นตามกรณี แล้วส่งให้บริษัทพิจารณา
หากได้รับการชดเชยค่ารักษาเต็มจำนวนจากสิทธิอื่น (ประกันสังคม บัตรทอง สวัสดิการ หรือประกันอื่น) แล้ว จะเบิกซ้ำไม่ได้ แต่หากได้รับเพียงบางส่วน สามารถนำใบเสร็จที่รับรองยอดที่เบิกไปแล้วมาเบิกส่วนเกินตามเงื่อนไขกรมธรรม์ได้
โดยทั่วไปพิจารณาภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่บริษัทได้รับเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง กรณีมีข้อสงสัยหรือต้องตรวจสอบเพิ่มเติมอาจขยายเวลาได้ตามความจำเป็นแต่ไม่เกินที่กฎหมายกำหนด
IPD (ผู้ป่วยใน) คือการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ 6 ชั่วโมงขึ้นไป ครอบคลุมค่าห้อง ค่ายา ค่าผ่าตัด ส่วน OPD (ผู้ป่วยนอก) คือการรักษาที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เช่น พบแพทย์ รับยากลับบ้าน ประกันสุขภาพบางแผนมีเฉพาะ IPD บางแผนซื้อ OPD เพิ่มได้
Copayment คือเงื่อนไขที่ผู้เอาประกันร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับบริษัทตามสัดส่วนที่กำหนด (เช่น ผู้เอาประกันจ่าย 30% บริษัทจ่าย 70%) ช่วยให้เบี้ยประกันถูกลง ปัจจุบันมีการนำเงื่อนไข copayment มาใช้ในการต่ออายุประกันสุขภาพบางกรณีตามประวัติการเคลม ควรอ่านเงื่อนไขให้เข้าใจก่อนซื้อ
New Health Standard คือมาตรฐานกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ คปภ. กำหนดให้ทุกบริษัทใช้รูปแบบและคำนิยามความคุ้มครองที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบและเข้าใจง่ายขึ้น ครอบคลุมหมวดความคุ้มครองหลัก 13 รายการและเงื่อนไขการต่ออายุที่ชัดเจน
PA คุ้มครองกรณีผู้เอาประกันเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา ทุพพลภาพ หรือได้รับบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุ บางแผนรวมถึงการถูกฆาตกรรมหรือถูกทำร้ายร่างกาย และมีค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ โดยคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก
อบ.1 คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา และทุพพลภาพถาวร โดยการสูญเสียอวัยวะนับตั้งแต่ข้อมือหรือข้อเท้าขึ้นไป ส่วน อบ.2 ให้ความคุ้มครองกว้างกว่า รวมถึงการสูญเสียนิ้วมือ/นิ้วเท้า และทุพพลภาพชั่วคราว โดยผลประโยชน์เป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์
ไม่รับทุกอาชีพ อาชีพที่มีความเสี่ยงสูงมักถูกยกเว้นหรือคิดเบี้ยสูงขึ้น เช่น พนักงานส่งของ/ส่งเอกสาร มอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนงานก่อสร้าง กรรมกร ชาวประมง พนักงานดับเพลิง รปภ. ช่าง และคนขับรถ ควรแถลงอาชีพจริงเพื่อให้ความคุ้มครองสมบูรณ์
หมายถึงทุพพลภาพถึงขนาดไม่สามารถประกอบอาชีพประจำและอาชีพอื่นใดได้โดยสิ้นเชิงตลอดไป หรือไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป (เช่น เคลื่อนย้าย เดิน แต่งกาย อาบน้ำ รับประทานอาหาร ขับถ่าย) โดยทั่วไปต้องเกิดภายใน 180 วันนับจากอุบัติเหตุและต่อเนื่องไม่น้อยกว่าที่กรมธรรม์กำหนด
ได้ กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุให้ความคุ้มครองทั่วโลก โดยเอกสารประกอบการพิจารณาที่ออกในต่างประเทศต้องเป็นภาษาสากลและได้รับการรับรองจากสถานทูตไทย
หากไม่ได้ระบุผู้รับประโยชน์ บริษัทจะจ่ายตามลำดับชั้นทายาท ได้แก่ (1) บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย คู่สมรส บิดามารดาตามกฎหมาย (2) พี่น้องร่วมบิดามารดา (3) พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดา (4) ปู่ ย่า ตา ยาย (5) ลุง ป้า น้า อา
หากผู้เอาประกันไม่ได้ระบุผู้รับประโยชน์ บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ให้แก่กองมรดกหรือทายาทโดยธรรมตามกฎหมายของผู้เอาประกัน
โดยทั่วไปต้องยื่นหลักฐานภายใน 30 วันนับแต่วันเสียชีวิตหรือวันที่เกิดทุพพลภาพ แต่หากมีเหตุอันสมควรที่ยื่นไม่ทัน สิทธิเรียกร้องยังไม่หายไป ให้ยื่นโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ บริษัทจะพิจารณาภายใน 15 วันหลังได้รับเอกสารครบ (ขยายได้ไม่เกิน 90 วันหากมีข้อสงสัย)
ประกันอัคคีภัยพื้นฐานคุ้มครองความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินภายในจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า และการระเบิดของแก๊สที่ใช้ในบ้าน ส่วนแผนประกันบ้านแบบสมัครใจ (all risks) จะขยายคุ้มครองภัยเพิ่มเติม เช่น ลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภัยจากการโจรกรรม และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ขึ้นกับแผนที่เลือก
โดยทั่วไปไม่ได้ ผู้เอาประกันภัยสำหรับคอนโด (แผนคุ้มครองทรัพย์สินในห้องชุด) ต้องเป็นเจ้าของห้องชุดเท่านั้น อย่างไรก็ตามผู้เช่าอาจเลือกทำประกันทรัพย์สินส่วนตัวหรือประกันความรับผิดในรูปแบบอื่นได้
โดยทั่วไปไม่คุ้มครองโครงสร้าง เพราะโครงสร้างอาคารมักอยู่ภายใต้ประกันของนิติบุคคลอาคารชุด แผนประกันคอนโดสำหรับเจ้าของห้องมักคุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินภายในห้อง เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเสียง ที่เป็นของผู้เอาประกัน
โดยทั่วไปไม่คุ้มครองทรัพย์สินมีค่าและของส่วนตัวบางประเภท เช่น กระเป๋าถือ กระเป๋าสตางค์ นาฬิกาข้อมือ เสื้อผ้า เงินสด ทองคำแท่ง/รูปพรรณ อัญมณี และเครื่องประดับ เว้นแต่ระบุซื้อความคุ้มครองเพิ่มเป็นการเฉพาะ
คุ้มครองภายใต้หมวดความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก โดยบริษัทจะรับผิดชอบค่าเสียหายที่ผู้เอาประกันต้องชดใช้ให้ผู้อื่นตามวงเงินที่ระบุในกรมธรรม์ เช่น กรณีไฟไหม้หรือน้ำรั่วลุกลามไปห้องข้างเคียง
ประกันอัคคีภัยพื้นฐานมักไม่รวมภัยน้ำท่วมและภัยธรรมชาติ ต้องซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติม (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหว ลูกเห็บ) ซึ่งมักมีวงเงินคุ้มครองและค่าเสียหายส่วนแรกกำหนดไว้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขก่อนซื้อ
กรณีบ้านติดจำนอง/ผ่อนกับธนาคาร ธนาคารมักกำหนดให้ทำประกันอัคคีภัยและระบุธนาคารเป็นผู้รับประโยชน์ตามส่วนของหนี้ที่เหลือ ส่วนที่เกินจากภาระหนี้จะจ่ายให้เจ้าของบ้าน
แผนประกันคอนโด/ทรัพย์สินภายในห้องมักเป็นแบบปีต่อปี ส่วนประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยสามารถทำได้ทั้งแบบรายปีและแบบระยะยาว (เช่น 3 ปี) ซึ่งมักได้ส่วนลดเบี้ยเมื่อทำระยะยาว ควรต่ออายุก่อนหมดอายุเพื่อความคุ้มครองต่อเนื่อง
หลัก ๆ มี 4 แบบ ได้แก่ (1) ชั่วระยะเวลา (Term) เบี้ยถูก คุ้มครองชีวิตล้วน ไม่มีเงินคืน (2) ตลอดชีพ (Whole Life) คุ้มครองยาวถึงอายุ 90-99 ปี มีมูลค่าเงินสด (3) สะสมทรัพย์ (Endowment) เน้นออมเงินและได้เงินคืนเมื่อครบสัญญา (4) บำนาญ (Annuity) จ่ายเงินบำนาญหลังเกษียณ นอกจากนี้ยังมีแบบควบการลงทุน (ยูนิตลิงค์/ยูนิเวอร์แซลไลฟ์)
โดยทั่วไปให้ระยะเวลาผ่อนผัน 31 วันนับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ย ในช่วงนี้กรมธรรม์ยังมีผลคุ้มครอง หากเสียชีวิตในช่วงผ่อนผัน บริษัทจะจ่ายเงินโดยหักเบี้ยที่ค้างชำระออก
หากไม่ชำระเบี้ยภายในระยะเวลาผ่อนผันและกรมธรรม์ขาดอายุ ผู้เอาประกันสามารถขอต่ออายุ (Reinstatement) ได้ภายใน 5 ปีนับจากวันที่กรมธรรม์ขาดอายุ โดยต้องชำระเบี้ยที่ค้างพร้อมดอกเบี้ย และอาจต้องแถลง/ตรวจสุขภาพใหม่ตามเงื่อนไขบริษัท
มูลค่าเวนคืนคือเงินที่ผู้เอาประกันจะได้รับคืนหากยกเลิก (เวนคืน) กรมธรรม์ก่อนครบกำหนด เกิดขึ้นเมื่อกรมธรรม์มีการชำระเบี้ยมาระยะหนึ่ง (มักตั้งแต่ปีที่ 2-3 เป็นต้นไป) จำนวนเงินเป็นไปตามตารางมูลค่าเวนคืนในกรมธรรม์ การเวนคืนก่อนครบสัญญามักได้เงินน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไป
เมื่อกรมธรรม์มีมูลค่าเงินสด ผู้เอาประกันสามารถเลือก (1) เวนคืนกรมธรรม์เพื่อรับเงินสด (2) เปลี่ยนเป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ (ลดทุนประกันแต่คุ้มครองต่อโดยไม่ต้องจ่ายเบี้ย) (3) แปลงเป็นการประกันแบบขยายเวลา หรือ (4) กู้เงินตามกรมธรรม์ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้
มีทางเลือกหลายทางแทนการปล่อยให้ขาดอายุ เช่น ขอลดจำนวนเงินเอาประกัน เปลี่ยนเป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ แปลงเป็นแบบขยายเวลา ใช้สิทธิกู้เบี้ยอัตโนมัติ (APL) จากมูลค่าเงินสด หรือปรับงวดการชำระ ควรปรึกษาบริษัทก่อนกรมธรรม์ขาดอายุ
ได้ หากกรมธรรม์มีมูลค่าเงินสด ผู้เอาประกันสามารถกู้เงินตามกรมธรรม์ได้ตามวงเงินและอัตราดอกเบี้ยที่บริษัทกำหนด โดยกรมธรรม์ยังมีผลคุ้มครองต่อ แต่หากไม่ชำระคืนและหนี้เกินมูลค่าเงินสด กรมธรรม์อาจสิ้นผลบังคับ
ได้ ผู้เอาประกันสามารถขอเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ได้โดยยื่นแบบฟอร์มของบริษัทพร้อมเอกสารประกอบ (เช่น สำเนาบัตรประชาชน) ผ่านสาขาหรือช่องทางบริการลูกค้า การเปลี่ยนแปลงมีผลเมื่อบริษัทบันทึกและออกหลักฐานให้ โดยทั่วไปไม่มีค่าใช้จ่าย
คือช่วง 2 ปีแรกนับจากวันที่กรมธรรม์เริ่มมีผล หากบริษัทพบว่าผู้เอาประกันแถลงข้อความเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ บริษัทมีสิทธิบอกล้างสัญญาได้ แต่เมื่อพ้น 2 ปีไปแล้วและชำระเบี้ยต่อเนื่อง บริษัทจะไม่สามารถใช้สิทธิบอกล้างด้วยเหตุการแถลงได้ (เว้นแต่กรณีฉ้อฉล)
โดยทั่วไปกรมธรรม์ไม่คุ้มครองกรณีผู้เอาประกันฆ่าตัวตายภายใน 1 ปีแรก หรือถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าโดยเจตนา ในกรณีเหล่านี้บริษัทจะคืนเบี้ยหรือมูลค่าเงินสดตามเงื่อนไข แต่หากพ้น 1 ปีไปแล้วจะได้รับความคุ้มครองตามปกติ
ยูนิตลิงค์ (Unit-Linked) คือประกันชีวิตที่รวมความคุ้มครองชีวิตกับการลงทุนในกองทุนรวมไว้ด้วยกัน ผู้เอาประกันเลือกสัดส่วนความคุ้มครองและการลงทุนได้ ผลตอบแทนขึ้นกับผลการดำเนินงานของกองทุนที่เลือกและมีความเสี่ยง จึงต้องทำแบบประเมินความเสี่ยงและเข้าใจเงื่อนไขก่อนซื้อ
เบี้ยประกันชีวิตที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุด 100,000 บาทต่อปี ส่วนประกันบำนาญลดหย่อนเพิ่มได้อีกสูงสุด 200,000 บาท (ไม่เกิน 15% ของเงินได้ และรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นไม่เกิน 500,000 บาท) ควรตรวจสอบสิทธิล่าสุดกับกรมสรรพากร
